คุณแม่หลังคลอดควรเริ่มคุมกำเนิดเมื่อไหร่ เลือกวิธีไหนให้เหมาะกับตัวเอง

ช่วงหลังคลอดเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องปรับตัวกับหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งการดูแลลูกน้อย การพักฟื้นร่างกาย และการนอนหลับที่ไม่เป็นเวลา จนบางครั้งเรื่องการคุมกำเนิดกลับเป็นเรื่องที่ถูกลืมไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งที่ความจริงแล้วร่างกายของคุณแม่สามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้เร็วกว่าที่หลายคนคิด แม้ประจำเดือนยังไม่กลับมาเป็นปกติก็ตาม

วิธีคุมกำเนิดหลังคลอดทั้งหมด “ฉีดยาคุมกำเนิด” เป็นหนึ่งในทางเลือกที่คุณแม่จำนวนไม่น้อยเลือกใช้ เพราะไม่ต้องกินยาให้ตรงเวลาทุกวัน และสามารถใช้ได้แม้ในช่วงให้นมบุตร 

ทำไมคุมกำเนิดหลังคลอดถึงสำคัญกว่าที่คิด

หลายคนเข้าใจว่าหากยังให้นมลูกอยู่ หรือประจำเดือนยังไม่มา ก็ยังไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ซ้ำ ซึ่งความเข้าใจนี้ถูกต้องเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะการตกไข่สามารถเกิดขึ้นก่อนที่ประจำเดือนจะกลับมาได้ นั่นหมายความว่าคุณแม่อาจตั้งครรภ์ได้โดยที่ยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าประจำเดือนยังไม่มา

การตั้งครรภ์ซ้ำในระยะเวลาใกล้กันเกินไปอาจส่งผลต่อการพักฟื้นของร่างกายคุณแม่ที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ รวมถึงอาจกระทบต่อการดูแลลูกคนแรกที่ยังต้องการความใส่ใจอย่างใกล้ชิด การวางแผนคุมกำเนิดหลังคลอดจึงเป็นเรื่องที่ควรพูดคุยกับแพทย์ตั้งแต่ช่วงตรวจหลังคลอด ไม่ต้องรอให้ประจำเดือนกลับมาก่อน

ควรเริ่มคุมกำเนิดเมื่อไหร่หลังคลอด

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มคุมกำเนิดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งวิธีการคลอด การให้นมบุตร และวิธีคุมกำเนิดที่เลือกใช้

กรณีไม่ได้ให้นมบุตร

หากคุณแม่ไม่ได้ให้นมบุตร การตกไข่อาจกลับมาเร็วได้ตั้งแต่ประมาณ 3 สัปดาห์หลังคลอด จึงควรเริ่มวางแผนคุมกำเนิดตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป โดยสามารถปรึกษาแพทย์ได้ตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาลหรือในนัดตรวจหลังคลอดครั้งแรก

กรณีให้นมบุตรเต็มที่

การให้นมบุตรอย่างต่อเนื่องและถี่พอเหมาะสามารถช่วยชะลอการตกไข่ได้ตามธรรมชาติ เรียกว่าวิธี LAM (Lactational Amenorrhea Method) แต่วิธีนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อ คือ

  1. ให้นมแม่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการเสริมอาหารอื่น 
  2. ลูกอายุไม่เกิน 6 เดือน
  3. ประจำเดือนยังไม่กลับมา 

หากเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งเปลี่ยนไป ประสิทธิภาพของวิธีนี้ก็จะลดลงตามไปด้วย จึงยังควรเตรียมวิธีคุมกำเนิดอื่นสำรองไว้ด้วย ซึ่งฉีดยาคุมกำเนิดก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ใช้ร่วมกับการให้นมบุตรได้

ฉีดยาคุมกำเนิดหลังคลอด เหมาะกับคุณแม่แบบไหน

ฉีดยาคุมกำเนิดที่ใช้กันแพร่หลายเป็นฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว ไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณน้ำนม จึงเป็นวิธีที่แพทย์มักแนะนำให้กับคุณแม่ที่ให้นมบุตรได้ตั้งแต่ช่วงหลังคลอด นอกจากนี้ยังเหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการวิธีคุมกำเนิดที่ไม่ต้องจดจำกินยาทุกวัน เพราะฉีดครั้งเดียวสามารถคุมกำเนิดได้นานตามรอบของยา ไม่ว่าจะเป็นแบบ 1 เดือนหรือ 3 เดือน แล้วแต่ชนิดที่แพทย์เลือกใช้

ฉีดยาคุมกำเนิดเข็มแรกหลังคลอด ฉีดได้เมื่อไหร่

โดยทั่วไปแพทย์มักพิจารณาให้ฉีดยาคุมกำเนิดเข็มแรกได้ตั้งแต่ช่วงหลังคลอดไม่นาน ทั้งในคุณแม่ที่ให้นมบุตรและไม่ได้ให้นมบุตร แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามภาวะสุขภาพหลังคลอดและวิธีการคลอด จึงควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาและกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมในแต่ละราย ไม่ควรตัดสินใจฉีดยาด้วยตัวเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน

ข้อดีของการฉีดยาคุมกำเนิดในช่วงหลังคลอด

คุณแม่หลังคลอดหลายคนเลือกฉีดยาคุมกำเนิดเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องลืมกินยา ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายในช่วงที่ต้องดูแลลูกน้อยและพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังไม่ส่งผลต่อการให้นมบุตร และไม่ต้องรอช่วงเวลาที่กำหนดตายตัวเหมือนวิธีคุมกำเนิดบางชนิดที่ต้องรอให้มดลูกเข้าอู่ก่อน

ข้อควรรู้และผลข้างเคียงที่อาจพบ

การฉีดยาคุมกำเนิดหลังคลอดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้เช่นเดียวกับการใช้ในช่วงเวลาอื่น เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ มีเลือดออกกะปริดกะปรอยในช่วงแรก หรือบางคนประจำเดือนหายไปเมื่อใช้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ในผู้ใช้ยาฉีดคุมกำเนิดทั่วไป คุณแม่ที่กำลังพักฟื้นหลังคลอดจึงควรพูดคุยกับแพทย์ล่วงหน้าถึงอาการที่อาจเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้สับสนกับอาการปกติหลังคลอดอื่น ๆ

อีกจุดที่ควรทราบคือ หลังหยุดฉีดยาคุมกำเนิด ภาวะเจริญพันธุ์อาจกลับมาช้ากว่าการหยุดใช้ยาคุมชนิดกิน จึงเหมาะกับคุณแม่ที่วางแผนเว้นระยะการมีบุตรคนถัดไปนานพอสมควร

เปรียบเทียบฉีดยาคุมกำเนิดกับวิธีคุมกำเนิดหลังคลอดอื่น

นอกจากฉีดยาคุมกำเนิดแล้ว คุณแม่หลังคลอดยังมีทางเลือกอื่นให้พิจารณาร่วมด้วย 

  • ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนแบบเม็ด ให้ผลใกล้เคียงกับยาฉีดในแง่ที่ไม่กระทบน้ำนม แต่ต้องกินให้ตรงเวลาทุกวัน ซึ่งอาจไม่สะดวกเท่ายาฉีดสำหรับบางคน
  • ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม มีทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน แพทย์มักแนะนำให้เริ่มใช้หลังคลอดไปแล้วระยะหนึ่ง เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนอาจส่งผลต่อการสร้างน้ำนมและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตันในช่วงแรกหลังคลอด
  • ห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิด เป็นวิธีคุมกำเนิดระยะยาวที่ไม่ต้องดูแลตัวเองทุกวันเช่นเดียวกับยาฉีด แต่ต้องผ่านหัตถการใส่หรือฝังโดยแพทย์ ซึ่งบางกรณีอาจต้องรอช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังคลอดมากกว่าการฉีดยา
  • ถุงยางอนามัย เป็นวิธีที่ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องรอช่วงเวลาใด ๆ เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกวิธีคุมกำเนิดแบบใดในระยะยาว หรือต้องการวิธีที่ยืดหยุ่นระหว่างรอปรึกษาแพทย์เรื่องฉีดยาคุมกำเนิด

จะเลือกวิธีไหนดี ปัจจัยที่ควรพิจารณา

การเลือกวิธีคุมกำเนิดหลังคลอดไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ละคนควรพิจารณาจากปัจจัยของตัวเอง เช่น กำลังให้นมบุตรอยู่หรือไม่ ต้องการคุมกำเนิดในระยะสั้นหรือระยะยาว มีโรคประจำตัวที่อาจส่งผลต่อการเลือกวิธีคุมกำเนิดหรือไม่ และความสะดวกในการดูแลตัวเองในแต่ละวันเป็นอย่างไร

คุณแม่ที่ต้องการความสะดวกโดยไม่ต้องจดจำทุกวัน และยังให้นมบุตรอยู่ มักพบว่า การฉีดยาคุมกำเนิด เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี ในขณะที่คุณแม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนอาจเลือกยาเม็ดแทน สิ่งสำคัญคือการพูดคุยกับแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพและความเหมาะสมของแต่ละวิธีให้ตรงกับสถานการณ์ของตัวเอง

การคุมกำเนิดหลังคลอดเป็นเรื่องที่ควรวางแผนล่วงหน้า ไม่ควรรอให้ประจำเดือนกลับมาก่อนแล้วค่อยเริ่มวางแผน ในกลุ่มวิธีคุมกำเนิดหลังคลอด ฉีดยาคุมกำเนิดเป็นทางเลือกที่หลายคนเลือกใช้ เพราะไม่ต้องกินยาให้ตรงเวลาทุกวัน ไม่ส่งผลต่อการให้นมบุตร และเริ่มฉีดเข็มแรกได้ตั้งแต่ช่วงหลังคลอดตามที่แพทย์พิจารณาให้เหมาะสมกับแต่ละคน อย่างไรก็ตาม ทุกวิธีมีข้อดีข้อจำกัดต่างกันไป การพูดคุยกับแพทย์ตั้งแต่ช่วงตรวจหลังคลอดจะช่วยให้คุณแม่เลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะกับร่างกายและไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ปรึกษาแพทย์ฝากครรภ์
ยุติการตั้งครรภ์ ฟรี
Scroll to Top