การป้องกันการตั้งครรภ์ ด้วยวิธีการเลือกฉีดยาคุมเป็นหนึ่งวิธีที่หลายคนเลอืกใช้เพื่อมีราคาประหยัดและมีโอกาสพลาดค่อนข้างน้อย และสามารถเลือกฉีดตามสถาพยาบาลใกล้บ้านได้ การเลือกวิธีคุมกำเนิดแบบฉีดทุก 3 เดือน (DMPA) ถือเป็นการวางแผนครอบครัวระยะยาวที่ต้องอาศัยความเข้าใจในกลไกของฮอร์โมน เพื่อให้คุณสามารถเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างถูกต้อง และลดความกังวลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการพิจารณาในการเลือกใช้ยาฉีดประเภทนี้ โดยเน้นการดูแลตัวเองอย่างเป็นลำดับขั้นตอน

การฉีดยาคุมกำเนิด 3 เดือน
ยาฉีดคุมกำเนิดแบบ 3 เดือน ประกอบด้วยฮอร์โมน โปรเจสเตอโรน เพียงอย่างเดียว ซึ่งมีข้อดีคือลดความกังวลเรื่องผลข้างเคียงจากเอสโตรเจน (เช่น คลื่นไส้ หรือปวดหัวไมเกรน) แต่มีลักษณะเฉพาะที่ควรรู้ก่อน คือ
- ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง หากมาฉีดตรงตามนัด
- ช่วงเวลาที่ควรเริ่ม ควรเริ่มฉีดภายใน 5 วันแรกของประจำเดือน เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ทันที หากฉีดในช่วงอื่น ต้องงดเพศสัมพันธ์หรือสวมถุงยางอนามัยอย่างน้อย 7 วัน
- การกลับมามีบุตร เมื่อหยุดฉีดร่างกายอาจต้องใช้เวลาปรับสมดุลเฉลี่ย 6-10 เดือน (หรืออาจถึง 1 ปีในบางราย) กว่าไข่จะกลับมาตกปกติ
เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปพบแพทย์
สำรวจรอบเดือน จดบันทึกวันแรกที่มีประจำเดือนล่าสุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินช่วงเวลาการฉีดที่ปลอดภัย
- เช็กความพร้อมเรื่องบุตร ยาฉีดแบบ 3 เดือนไม่เหมาะกับผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ในระยะเวลาอันใกล้ (ภายใน 1 ปี)
- ประวัติสุขภาพส่วนตัว เตรียมข้อมูลเรื่องโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคตับ ระบบเลือด หรือประวัติเนื้องอกในมดลูก/เต้านม แม้ยาฉีดจะค่อนข้างปลอดภัย แต่การให้ข้อมูลที่ครบถ้วนจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น
- ความพร้อมทางอารมณ์ เข้าใจล่วงหน้าว่า “ประจำเดือนอาจจะเปลี่ยนไป” เพื่อไม่ให้ตกใจเมื่อเกิดอาการประจำเดือนขาดหรือกะปริบกะปรอย

การดูแลตัวเองทันทีหลังการฉีด
ขั้นตอนการฉีดนั้นรวดเร็วและเจ็บเพียงเล็กน้อยคล้ายการฉีดยาทั่วไป แต่การดูแลหลังเข็มถอนออกคือส่วนที่สำคัญมาก
- ห้ามคลึงหรือนวด บริเวณสะโพกหรือต้นแขนที่ฉีด ห้ามกดนวดหรือคลึงเด็ดขาด เพราะการนวดจะทำให้ตัวยาถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดเร็วเกินไป ซึ่งจะส่งผลให้ระยะเวลาการคุมกำเนิดสั้นลงกว่า 3 เดือน (12 สัปดาห์)
- สังเกตอาการแพ้ แม้พบได้น้อยมาก แต่ควรรอดูอาการในสถานพยาบาลประมาณ 15-30 นาทีหลังฉีด เพื่อสังเกตว่ามีผื่นคัน หายใจลำบาก หรืออาการผิดปกติอื่นๆ หรือไม่
- จดบันทึกวันนัด เจ้าหน้าที่จะมอบบัตรนัดฉีดครั้งต่อไปให้ ควรบันทึกไว้ในปฏิทินมือถือหรือถ่ายรูปเก็บไว้ทันที
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
เมื่อฮอร์โมนเข้าสู่ร่างกาย จะเริ่มเกิดกระบวนการปรับตัว ซึ่งแต่ละคนจะแสดงอาการแตกต่างกัน ดังนี้
- ประจำเดือน
- ช่วง 3-6 เดือนแรก มักพบอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยบ่อยครั้ง แนะนำให้พกแผ่นอนามัยติดตัวไว้
- หลัง 6-12 เดือน ประจำเดือนมักจะค่อยๆ น้อยลงและหายไป ซึ่งเป็นภาวะปกติจากการที่ผนังมดลูกบางตัวลง ไม่ใช่เลือดเน่าเสียค้างในร่างกาย
- น้ำหนักตัวและผิวพรรณ
- การรับประทานอาหาร ฮอร์โมนอาจกระตุ้นความอยากอาหารในบางราย ควรเน้นรับประทานผัก ผลไม้ และคุมปริมาณแป้งและน้ำตาล
- การออกกำลังกาย ช่วยลดอาการตัวบวมและควบคุมน้ำหนักได้ดี
- สุขภาพกระดูก
- การฉีดยาคุมแบบฮอร์โมนเดี่ยวต่อเนื่องเป็นเวลานาน (เกิน 2 ปีขึ้นไป) อาจส่งผลต่อความหนาแน่นของมวลกระดูกเล็กน้อย ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย หรือถั่วต่างๆ
ใครบ้างที่ “ไม่ควร” หรือ “ควรระวัง” ในการฉีด 3 เดือน
- คนที่มีแผนจะมีลูกภายใน 6 เดือนข้างหน้า
- คนที่มีประวัติเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ(ต้องตรวจหาสาเหตุก่อน)
- คนที่มีโรคตับอักเสบรุนแรง หรือมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม
- ข้อดีพิเศษ เหมาะมากสำหรับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องให้นมบุตร เพราะยาตัวนี้ไม่มีเอสโตรเจน จึงไม่ทำให้น้ำนมลดได้
ถาม-ตอบ ข้อควรระวังเพิ่มเติม
ถาม : ถ้าเลยกำหนดนัดฉีด 3 เดือนไปแล้ว 1 สัปดาห์ ยังไปฉีดได้ไหม?
ตอบ : โดยทั่วไปยาฉีด DMPA จะมีระยะยืดหยุ่น ให้ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด หากเลยนัดให้งดเพศสัมพันธ์หรือใช้ถุงยางอนามัยทันที และรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจการตั้งครรภ์เบื้องต้นก่อนฉีดเข็มต่อไป
ถาม : ฉีดยาคุม 3 เดือนแล้วมีอาการซึมเศร้า หรืออารมณ์สวิงมาก ทำอย่างไร?
ตอบ : ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีผลต่อสารสื่อประสาทในบางคน หากรู้สึกว่าอารมณ์ดิ่งผิดปกติ หรือมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาเปลี่ยนวิธีคุมกำเนิดเป็นแบบอื่น เช่น ยาคุมแบบแผ่นแปะ หรือการใส่ห่วงอนามัยแทน
การฉีดยาคุม 3 เดือนคือการมอบความสะดวกให้กับชีวิต แต่ก็ต้องการความเข้าใจใน “ธรรมชาติใหม่” ของร่างกายคุณด้วย หากคุณเตรียมตัวพร้อมและทราบผลข้างเคียงล่วงหน้า คุณจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจโดยลดความกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมได้
ช่องทางการติดต่อ Apidat Clinic (หมออภิเดชคลินิก)
คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
ที่ตั้ง : เลขที่ 125/17-18 หมู่ที่ 4 ต.กะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี 84160
เบอร์โทรติดต่อ : 062-083-0581 (สายด่วน), 077-313-806
เวลาเปิดทำการ : จันทร์-ศุกร์ 09:00-14:00 น. (ติดต่อสอบถาม) และ 16:30-20:00 น. (แพทย์ออกตรวจ), เสาร์-อาทิตย์ 08:00-12:00 น.
Google Maps : https://maps.app.goo.gl/RpNCYoKEccN4Yp5B8
